ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนชายแดนสุรินทร์ พอช. เดินหน้า “บ้านมั่นคงชายแดน” บูรณาการงบรัฐแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งตำบล

ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนชายแดนสุรินทร์ พอช. เดินหน้า “บ้านมั่นคงชายแดน” บูรณาการงบรัฐแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งตำบล
          โครงการบ้านมั่นคงในจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ชนบทและชายแดน โดยเน้นให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดการปัญหาที่อยู่อาศัยของตนเอง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย
          นางสาวสุดใจ มิ่งพฤกษ์ ประธานบ้านมั่นคงชนบทชายแดน เปิดเผยว่า โครงการบ้านมั่นคงมีหลายรูปแบบ ทั้ง บ้านพอเพียง ที่สนับสนุนค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านประมาณหลังละ 30,000 บาท โดยใช้แรงงานจิตอาสาและคนในชุมชน บ้านมั่นคงเมือง สำหรับผู้ไม่มีที่ดินในเขตเทศบาล และ บ้านมั่นคงชนบท ที่ช่วยเหลือผู้มีบ้านอยู่บนที่ดินของรัฐหรือที่ดินของผู้อื่น เช่น ป่าสงวน ส.ป.ก. และที่ราชพัสดุ
          ส่วน บ้านมั่นคงชายแดน เป็นการต่อยอดจากบ้านมั่นคงชนบท หลังเกิดสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยให้ความสำคัญเพิ่มเติมกับความปลอดภัยและความมั่นคงในชีวิตของประชาชน ครอบคลุมพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด รวมถึง 4 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์
          สำหรับจังหวัดสุรินทร์ มีพื้นที่นำร่องที่ ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด ซึ่งได้รับอนุมัติโครงการและงบประมาณเป็นพื้นที่แรก สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ 343 ครัวเรือน พร้อมดำเนินการด้านสิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐอย่างถูกต้อง รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตและสาธารณูปโภคพื้นฐานในระดับตำบล
          จุดเด่นของโครงการคือการ บูรณาการงบประมาณจากหลายหน่วยงาน โดยนำงบปรับปรุงบ้านผู้ยากไร้และผู้สูงอายุของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งสนับสนุนประมาณหลังละ 30,000–40,000 บาท มาร่วมกับงบประมาณของ พอช. เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกินขีดความสามารถของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เช่น ใช้งบของ พม. ก่อสร้างห้องน้ำ และใช้งบของ พอช. ปรับปรุงหลังคาและฝ้าเพดาน
          จากผลสำเร็จดังกล่าว เตรียมขยายโครงการไปยังพื้นที่ชายแดนอื่นของจังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ อำเภอสังขะ กาบเชิง และพนมดงรัก โดยอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลร่วมกับภาควิชาการและมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อวิเคราะห์พื้นที่และเตรียมเสนอพื้นที่ชายแดนติดแนวรบ 4 ตำบล และพื้นที่ตอนในอีกประมาณ 10 ตำบล
          นางสาวสุดใจกล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งคณะทำงานที่เป็นอาสาสมัคร ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันวางแผน ลงแรง และแก้ไขปัญหา ทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนชายแดนสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar