นางลัดดาวรรณ์ ชัยพินิจ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุรินทร์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ว่า ในช่วงวันที่ 3-6 กรกฎาคม 2569 จังหวัดสุรินทร์มีฝนตกต่อเนื่อง จากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน พายุ "ไมสัก" ที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ก่อนเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำและขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีน แม้พายุจะสลายตัวเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม แต่ยังส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
สำหรับจังหวัดสุรินทร์ ได้รับผลกระทบในเชิงบวกจากอิทธิพลของพายุดังกล่าว ส่งผลให้มีฝนตกกระจายครอบคลุมเกือบทุกอำเภอ ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งช่วยฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะต้นข้าวที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ให้กลับมามีความชุ่มชื้นและเจริญเติบโตได้ดีขึ้น
ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุรินทร์ กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 7-9 กรกฎาคม ปริมาณฝนจะลดลง เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปทางประเทศเมียนมา แต่ในช่วงวันที่ 10-12 กรกฎาคม ร่องมรสุมจะเลื่อนกลับมาพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นและอาจมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนแนวโน้มสภาพอากาศในระยะยาว ยังคงต้องติดตามสถานการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นฤดูฝนของประเทศไทย คาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าใกล้ประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกต่อเนื่อง และไม่น่าเป็นห่วงเรื่องการขาดแคลนน้ำสำหรับภาคการเกษตร
อย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่นาข้าว โดยเฉพาะในช่วงที่ข้าวกำลังเจริญเติบโต ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคพืชและสร้างความเสียหายต่อผลผลิตได้ จึงขอให้เกษตรกรและประชาชนติดตามประกาศพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา