สุรินทร์เร่งช่วยเหลือผู้ประสบพายุฤดูร้อน กว่า 550 ครัวเรือน มอบถุงยังชีพ-สำรวจซ่อมแซมบ้านเรือน
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ รายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากเหตุพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มพื้นที่เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา โดยขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมทยอยให้ความช่วยเหลือในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นายสุนัน ล้ำเลิศ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบใน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปราสาท อำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอศีขรภูมิ อำเภอเมืองสุรินทร์ และอำเภอรัตนบุรี รวม 26 ตำบล มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 550 ครัวเรือน โดยความเสียหายส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย ยุ้งฉาง และคอกสัตว์ รวมถึงวัดและโรงเรียนบางแห่ง
ด้านการช่วยเหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ได้สั่งการให้ทุกอำเภอบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2566 โดยใช้งบประมาณของ อปท. ในพื้นที่ ขณะนี้หลายพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ทั้งการจัดอาหารและสิ่งของจำเป็น การจัดหาที่พักชั่วคราว และการประเมินความเสียหายเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือน
สำหรับมาตรการช่วยเหลือ ประกอบด้วย การดูแลด้านการดำรงชีพ จัดอาหารไม่เกินวันละ 3 มื้อ และมอบชุดอุปโภคบริโภค การจัดที่พักอาศัยชั่วคราว รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมบ้านพักอาศัย ยุ้งฉาง และคอกสัตว์ตามความเสียหายจริงภายใต้กรอบที่กำหนด
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์และคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ เช่น ที่บ้านพม่า อำเภอศีขรภูมิ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนโดยเร็ว
นอกจากนี้ ที่โรงเรียนบ้านชายทุ่ง ตำบลพรมเทพ อำเภอท่าตูม ซึ่งได้รับความเสียหายจากพายุอย่างรุนแรง จนหลังคาอาคารเรียนพังเสียหายหลายหลัง หน่วยงานภาครัฐ ประชาชน และจิตอาสา ได้ร่วมกันลงพื้นที่เก็บกวาดและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว พร้อมเร่งประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการซ่อมแซมอาคารเรียนให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม จังหวัดสุรินทร์ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศยังมีความเสี่ยงเกิดพายุฤดูร้อนเพิ่มเติม พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง