อบต.ดม จัดการแสดงประกอบแสงสีเสียงตำนานปราสาทภูมิโปน เรื่อง “ภูมิโปนมนตรา เสน่หา “เนียงด็อฮฺธม” (เนียง-ด็อก-ทม) สุดอลังการ ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน

อบต.ดม จัดการแสดงประกอบแสงสีเสียงตำนานปราสาทภูมิโปน เรื่อง “ภูมิโปนมนตรา เสน่หา “เนียงด็อฮฺธม” (เนียง-ด็อก-ทม) สุดอลังการ ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน
.
 ค่ำวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่บริเวณปราสาทภูมิโปน บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลดม จัดการแสดงประกอบแสงสีเสียงตำนานปราสาทภูมิโปน เรื่อง “ภูมิโปนมนตรา เสน่หา “เนียงด็อฮฺธม” (เนียง-ด็อก-ทม) ในงานงานประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 10-11 เมษายน 2569 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น สร้างความสามัคคีของคนในชุมชน พร้อมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และผลิตภัณฑ์ของชุมชน เกิดการกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงาน นายอภิวัฒน์ พัวภัทรพงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 6 นายบุญเลี้ยง เรียมทอง นายอำเภอสังขะ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้มีเกียรติ ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวตำบลดม เข้าชมจำนวนมาก
  ตำนานปราสาทภูมิโปน เรื่อง "เนียง ด็อฮฺ ธม" (เนียง-ด็อก-ทม ) ที่เป็นเรื่องราวในตำนาน กล่าวถึงกษัตริย์ขอมองค์หนึ่งได้สร้างเมืองลับไว้กลางป่าชื่อว่า “ปราสาทภูมิโปน” ต่อมาเมื่อเมืองหลวงเกิดความไม่สงบ มีข้าศึกมาประชิตเมือง กษัตริย์ขอมจึงส่งพระธิดาพร้อมไพร่พลจำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนลี้ภัยที่ภูมิโปน พระธิดาองค์นั้นทรงพระนามว่า พระนางศรีจันทร์ หรือ เนียง ด็อฮฺ ธม ในภาษาเขมร แปลว่า พระนางที่มีหน้าอกงามหรือพระนางนมใหญ่ ด้วยความงามของนางที่เลื่องลือไปทั่ว จึงเป็นที่หมายปองของพระราชาเมืองต่าง ๆ ที่ต้องการพระนางมาเป็นพระชายา จึงเกิดศึกชิงนางขึ้น เกิดเป็นโศกนาฏกรรมและทำให้บุรุษล้มตายเพราะนาง สุดท้ายพระนางศรีจันทร์ได้ตกไปเป็นมเหสีของกษัตริย์แห่งนครนายพราน หรือนครพรานไพร (วยาธปุระ เมืองหลวงสมัยอาณาจักรฟูนันในอดีต) ก่อนนางจะจากไปได้ขอไปอาบน้ำที่สระลำเจียก และปลูกต้นลำเจียกไว้กอหนึ่ง พร้อมกับอธิษฐานว่า ถ้าพระนางยังไม่กลับมาที่ภูมิโปน ขอให้ต้นลำเจียกอย่าได้ออกดอกอีกเลย ปัจจุบันสระลำเจียกยังคงมีต้นลำเจียกกอใหญ่หลายต้นและยังไม่มีดอกมาจนถึงทุกวันนี้
จากตำนานเป็นที่มาของชื่อปราสาท คำว่า ภูมิ ในภาษาเขมร แปลว่าหมู่บ้าน หรือดินแดน คำว่า โปน แปลว่าซ่อนตัวไม่ให้ใครหาพบ รวมกันจึงหมายถึงเมืองลึกลับ หรือที่ซ่อนรวบรวมกองทัพ ปัจจุบันตำนาน เนียง ด็อฮฺ ธม ยังคงเล่าขานเรื่อยมา กลายเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทภูมิโปนและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่จัดแสดงขึ้นทุกปี ผ่านการแสดงแสง สี เสียง ใน “งานประเพณีสืบสานตำนานปราสาทภูมิโปน” ณ บริเวณปราสาทภูมิโปนดังกล่าว เพื่อเผยแพร่ให้ปราสาทภูมิโปนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
สำหรับ องค์ปราสาทภูมิโปน เป็นปราสาทศิลปะแบบขอมโบราณ สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 เป็นปราสาทขอมที่เก่าแก่และยังคงสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วย ปราสาทอิฐ 3 หลัง และฐานปราสาทศิลาแลงอีก 1 หลัง ตั้งเรียงกันจากเหนือไปใต้ ปราสาทอิฐองค์ที่ 3 ซึ่งเป็นปรางค์ประธาน เป็นปราสาทหลังใหญ่ ก่อด้วยอิฐไม่สอปูน มีเสาประดับกรอบประตูและทับหลังทำด้วยหินทราย รูปแบบและเทคนิคการก่อสร้างปราสาทประธานเทียบได้กับปราสาทขอมสมัยก่อนพระนคร ร่วมสมัยกับปราสาทหลังที่ 1
ปัจจุบันปราสาทภูมิโปนได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรแล้ว โบราณวัตถุ ได้แก่ ทับหลัง ชิ้นส่วนจารึกและเสาประดับกรอบประตู จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์.


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar