เกษตรจังหวัดสุรินทร์ชี้ วิกฤตน้ำมันพุ่งกระทบหนักภาคเกษตร แนะเกษตรกรปรับตัวใช้ปุ๋ยอินทรีย์-รวมกลุ่มลดต้นทุนสู้สงครามราคา

เกษตรจังหวัดสุรินทร์ชี้ วิกฤตน้ำมันพุ่งกระทบหนักภาคเกษตร แนะเกษตรกรปรับตัวใช้ปุ๋ยอินทรีย์-รวมกลุ่มลดต้นทุนสู้สงครามราคา

ดร.ศรีสุดา  ศรีละ  หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด 26 มีนาคม 2569 มีการปรับราคาขึ้นถึง 6 บาท/ลิตร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงและรุนแรงต่อพี่น้องเกษตรกรทั้งในจังหวัดสุรินทร์และทั่วประเทศ, โดยเปรียบเทียบผลกระทบนี้เป็น "คลื่น 3 ชั้น" ที่ถาโถมเข้าใส่ภาคการเกษตร จากต้นทุนจากเครื่องจักรกล เกษตรกรต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันที่ใช้ในการไถและเตรียมดินที่สูงขึ้น ราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูง เนื่องจากอุตสาหกรรมปุ๋ยต้องพึ่งพาน้ำมันและก๊าซในการผลิต ทำให้ราคาปุ๋ยขยับตัวสูงขึ้นตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ และ ค่าขนส่งสินค้า ต้นทุนการเคลื่อนย้ายผลผลิตทางการเกษตรไปยังตลาดหรือโรงสีปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน

ดร.ศรีสุดา ระบุว่า ปัจจุบันผลกระทบไม่ได้อยู่ในระดับเฝ้าระวังอีกต่อไป แต่ถือเป็นภาวะ "กระทบหนัก" โดยเฉพาะในช่วงการเตรียมดิน ส่วนการทำนา คาดว่าเกษตรกรบางส่วนน่าจะ ชะลอการทำนาหรือทำนาช้ากว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์และแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันไม่ไหว นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่ากังวลคือ การถูกกดราคาผลผลิต จากพ่อค้าคนกลางหรือโรงสี เพื่อชดเชยกับค่าขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งเกษตรกรรายย่อยจะเสียเปรียบอย่างมากเนื่องจากขาดอำนาจต่อรอง

ซึ่งทางสำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรณรงค์ให้เกษตรกรปรับตัวเพื่อความอยู่รอดผ่านแนวทางต่าง ๆ เช่น การลดใช้สารเคมี โดยส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ และฮอร์โมนต่าง ๆ แทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง ซึ่งนอกจากจะลดต้นทุนแล้วยังมีประสิทธิภาพดีต่อดินในระยะยาว การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี โดยแนะนำให้มีการตรวจวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย เพื่อใช้ปุ๋ยให้ตรงตามความต้องการของพืชและลดการสิ้นเปลือง รวมถึงการส่งเสริมใช้ โซล่าเซลล์ เพื่อเป็นพลังงานทางเลือก, สนับสนุนการรวมกลุ่มเป็น "เกษตรแปลงใหญ่" หรือสหกรณ์ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการจำหน่ายผลผลิต และการบริหารจัดการจ้างเครื่องจักรกลร่วมกันเพื่อหารเฉลี่ยค่าขนส่งและค่าน้ำมัน แนะนำให้ปลูกพืชที่ ใช้น้ำน้อยและใช้เครื่องจักรน้อย เช่น พืชสมุนไพร (ขมิ้นชัน, กระชาย) และเน้นการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า

ในส่วนของมาตรการภาครัฐ รัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือผ่านโครงการสนับสนุนปัจจัยการผลิต (ไร่ละพัน) และการดูแลราคาปุ๋ยผ่านกระทรวงพาณิชย์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ดร.ศรีสุดาฯ ฝากเน้นย้ำให้เกษตรกรต้อง วางแผนการผลิตอย่างรอบคอบ และหันมาพึ่งพาตนเองโดยการรวมกลุ่มกันให้เข้มแข็ง เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิกฤตการณ์น้ำมันและผลกระทบจากสงครามในครั้งนี้ ถือเป็นภาคบังคับที่ทำให้ภาคการเกษตรต้องเร่งปรับตัวสู่ระบบเกษตรอินทรีย์และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนเพื่อความอยู่รอด


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar