ประธานหอฯ สุรินทร์ เผยราคาน้ำมันพุ่งกระทบหนัก ท่องเที่ยว-เกษตรซบเซา ขอรัฐเร่งทำไทม์ไลน์ราคาพลังงานให้ชัดเจน

ประธานหอฯ สุรินทร์ เผยราคาน้ำมันพุ่งกระทบหนัก ท่องเที่ยว-เกษตรซบเซา ขอรัฐเร่งทำไทม์ไลน์ราคาพลังงานให้ชัดเจน

นายวิรัตน์ เศรษฐพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจในจังหวัดสุรินทร์กำลังเผชิญกับความกังวลด้านต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว

ส่วนภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมทรุดตัว จากข้อมูลพบว่ายอดจองโรงแรมในพื้นที่ลดลงประมาณ 20% เนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มชะลอการเดินทางเพราะความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและเกรงว่าน้ำมันจะมีไม่เพียงพอต่อการเดินทาง

ด้านการเกษตร-ค้าปลีก แบกต้นทุนสูง เสี่ยงสินค้าขาดแคลน ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือภาคการเกษตรและค้าปลีก โดยภาคเกษตรต้องเผชิญกับราคาปุ๋ยและน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จนอาจนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนสินค้าเกษตรในอนาคต หากเกษตรกรเห็นว่าการเพาะปลูกไม่คุ้มทุนและตัดสินใจหยุดปลูก ขณะที่ภาคค้าปลีกและโลจิสติกส์ต้องปรับลดรอบการขนส่งลงเพื่อบริหารจัดการต้นทุนน้ำมัน แต่ยังคงมีภาระค่าจ้างแรงงานที่เท่าเดิม ทำให้ต้นทุนการบริหารจัดการโดยรวมสูงขึ้น

ผู้ประกอบการกัดฟันตรึงราคา-เร่งตุนสต็อก ในด้านการปรับตัว นายวิรัตน์ระบุว่าผู้ประกอบการหลายรายเริ่มกักตุนวัตถุดิบและสินค้าล่วงหน้าหลังจากได้รับสัญญาณการปรับขึ้นราคาจากบริษัทคู่ค้า อย่างไรก็ตาม ร้านค้าส่วนใหญ่ยังคงพยายามขายสินค้าในราคาเดิมเพื่อเห็นใจผู้บริโภค แม้จะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเองก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีและพลังงานทางเลือกมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

วอนรัฐบาลทำไทม์ไลน์ราคาพลังงานให้ชัดเจน …ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ได้เสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:
1. กำหนดไทม์ไลน์การขึ้นราคาน้ำมันให้ชัดเจน เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถวางแผนและปรับตัวได้ทัน ลดการกักตุนสินค้าที่เกิดจากความไม่แน่นอน
2. ตรึงราคาวัตถุดิบที่จำเป็น เช่น ปุ๋ย และนม ให้ได้นานที่สุด
3. มาตรการเยียวยาเพิ่มเติม เช่น การลดภาระภาษีและดอกเบี้ย รวมถึงการสนับสนุนการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า

แนะประชาชนประหยัด-ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น สำหรับสถานการณ์กำลังซื้อในปัจจุบัน นายวิรัตน์ยอมรับว่าค่อนข้างเงียบเหงา ประชาชนเริ่มชะลอการใช้จ่ายและเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น จึงขอฝากถึงประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ควรพิจารณาตัดลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและประหยัดมากขึ้น เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เป็นผลมาจากราคาพลังงานในครั้งนี้


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar