ปรับพฤติกรรมเพื่อปอดที่แข็งแรง ห่างไกลจาก PM 2.5
เมื่อจำเป็นต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความเสี่ยงต่อฝุ่นร้าย การปกป้องร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีวิธีการ Re-Habit หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้
1. สวมใส่หน้ากากอนามัย
เมื่อต้องออกนอกบ้าน หรืออยู่ในที่ที่มีฝุ่น PM 2.5 การใส่หน้ากากจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ เช่น หน้ากาก N95 ที่สามารถช่วยกรองฝุ่นได้อย่างน้อย 95%
2. เลือกที่อยู่ หรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อม
หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูง เช่น ถนนที่มีรถสัญจรหนาแน่น หรือเลี่ยงการอยู่อาศัยใกล้โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงควรปิดหน้าต่างให้มิดชิด ในช่วงที่ Application หรือข่าวแจ้งเตือนว่ามีมลพิษสูง โดยแนะนำให้ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยกรองอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก ลดความเสี่ยงของการเกิดอาการฝุ่นเข้าปอด
3. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว
ลดการใช้พลังงานที่มีการสร้างมลพิษ เช่น การใช้รถยนต์ส่วนตัว และเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารสาธารณะ รถจักรยาน หรือการเดิน เพื่อลดปริมาณของก๊าซเสียที่ปล่อยออกมา หากปรับเปลี่ยนกันคนละนิด ก็จะช่วยสิ่งแวดล้อมได้
4. เลือกใช้ยานพาหนะที่มีมาตรฐานการปล่อยก๊าซเสียต่ำ
ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงทั่วไปอาจมีการปล่อยก๊าซเสียและสารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นอันตรายต่ออากาศที่ใช้หายใจ การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฮบริด ที่มีมาตรฐานจะมีการปล่อยก๊าซเสียและฝุ่น PM 2.5 น้อยกว่า จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการลดปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น
5. การรักษาคุณภาพอากาศภายในบ้าน
การรักษาคุณภาพอากาศภายในบ้านสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้เครื่องกรองอากาศในบ้าน เพื่อลดปริมาณของฝุ่น หรือการรักษาความสะอาดภายในบ้าน โดยหมั่นซักผ้าห่มและผ้าปูที่นอนเป็นประจำ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมฝุ่น รวมถึงการปลูกต้นไม้ที่ช่วยดูดซับฝุ่น PM 2.5 ออกจากอากาศ และช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ในบ้าน