เร่งแก้ปม “แรงงาน” ทุกมิติ...“แรงงานเถื่อน”-“ขาดแคลนแรงงาน”

กลายเป็นปมปัญหาที่สั่งสมมานาน กับปัญหาต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทั้งหลบหนีเข้าเมือง การอยู่อาศัยเกินกว่าระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต หรือ Overstay โดยผู้ที่ทำผิดกฎหมายส่วนใหญ่ มีเป้าหมายเพื่อทำงาน มีการแย่งอาชีพคนไทย ขณะที่บางรายรวมแก๊งเป็นหมู่คณะ ตั้งตัวเป็นมาเฟีย ทำธุรกิจสีเทา และเรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มนักธุรกิจที่มาจากชาติเดียวกัน จนสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย

“ปัญหาต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย” ถือเป็นหนึ่งในปัญหาแรงงาน ที่รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา ซึ่งไม่เฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่ยังมีชาวต่างชาติจากหลายมุมโลก ลักลอบเข้าไทย โดยมีเครือข่ายทำเป็นขบวนการ 

เพื่อสะสางปัญหานี้ ล่าสุด “พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เดินหน้าจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งหากตรวจพบว่า มีความผิดจริง คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือสิทธิ์ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง

ส่วนนายจ้าง ที่จ้างคนต่างด้าวผิดกฎหมาย จะมีโทษปรับ ตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน หากกระทำผิดซ้ำ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงาน เป็นเวลา 3 ปี

ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เปิดรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน และต้องยอมรับว่ากลุ่มแรงงานเหล่านี้ มีส่วนขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการของประเทศไทย

จากข้อมูล กรมการจัดหางาน พบว่า ปัจจุบัน (กรกฎาคม 2568) ประเทศไทยมีคนต่างด้าว ที่ได้รับอนุญาตทํางานคงเหลือทั่วราชอาณาจักร จำนวน 4,071,617 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรรงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง กัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม

จำนวนตัวเลขแรงงานดังกล่าว ถือเป็นตัวเลขที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย มีการลงทะเบียนการทำงานอย่างชัดเจน สร้างเม็ดเงินให้กับเศรษฐกิจของประเทศ แต่ที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายในการรับแรงงานต่างด้าว อาจหละหลวม จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา และปัญหาดังกล่าวเริ่มรุนแรง ขืนหากปล่อยไว้นาน ปัญหาก็ยากที่จะแก้ไข และไร้การควบคุม

ส่วนอีกหนึ่งปมปัญหาแรงงาน ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน คือ “การขาดแคลนแรงงาน” หลังจากที่แรงงานกัมพูชา ได้ทยอยเดินทางกลับประเทศ หลังจากเกิดปมพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา และความขัดแย้งดังกล่าว ลามไปในหลายมิติ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภาคการเกษตร ก่อสร้าง และประมง ต้องชะงักลง เพราะธุรกิจเหล่านี้ ส่วนใหญ่พึ่งพาแรงงานต่างด้าว

เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเดินหน้าต่อไปได้ รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจเปิดรับแรงงานจาก “ศรีลังกา” โดยนำร่องจำนวน 10,000 คน นอกจากนี้ยังมีแผนดึงแรงงานจากประเทศอื่น ๆ เช่น เนปาล บังกลาเทศ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้ามาเพิ่ม เพื่อกระจายความเสี่ยง และไม่ให้เศรษฐกิจไทยผูกติดอยู่กับแรงงานเพียงไม่กี่ประเทศ

“แรงงาน” ถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่จากปมปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ผิดฏหมาย รัฐบาลจะต้องจริงจังและเท่าทัน

เพราะปัจจุบัน การเข้ามาของคนต่างชาติ มีการพัฒนาและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการมาในรูปแบบของ “นอมินี” ที่มีคนไทยร่วมขบวนการ แต่มีต่างชาติอยู่เบื้องหลัง ซึ่งท้ายที่สุดผลประโยชน์ส่วนใหญ่ก็จะตกอยู่กับต่างชาติ ขณะที่คนไทยได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดังนั้นการแก้ไขปัญหานี้ จะต้องดำเนินไปพร้อมกันในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ที่จะต้องปรับปรุงให้เท่าทันและบังคับใช้อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ อย่างแท้จริง.


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar